พระวิษณุข้างวัดสุทัศ 16/6/63

ผู้ปกป้องคุ้มครองสรรพชีวิต พระวิษณุ (Vishnu) หรือที่ผู้คนมักรู้จักกันในพระนาม “#พระนารายณ์” เป็น 1 ใน 3 มหาเทพ มีหน้าที่คุ้มครองดูแลรักษาทั้ง 3 โลกตามความเชื่อของชาวฮินดู จากคัมภีร์พราหมณ์ โดยทรงมีอีกพระนามว่า “หริ” แปลว่า ผู้ดูแลแห่งจักรวาล ซึ่งถือเป็นเทพสูงสุด เพราะทุกอย่างเกิดจาก “หริ” โดย”หริ”ได้แบ่งตนเองออกเป็น 3 คือ

1.#พระพรหม มีหน้าที่สร้างและลิขิตสรรพสิ่งทั้งปวงในทั้งสามโลก
2.#พระวิษณุ หรือ พระนารายณ์ มีหน้าที่ดูแลทั้งสามโลกให้อยู่ในความเรียบร้อยและสมดุล
3.#พระศิวะ มีหน้าที่ทำลายสิ่งที่ไม่ดีทั้งหลายทั้งปวงในโลกทั้งสาม

พระวิษณุเทพแห่งความรุ่งเรือง

อีกทั้งยังมีความเชื่อกันว่า พระองค์ได้รับพรและพลังอันศักดิ์สิทธิ์อันมากมายมหาศาลจากพระอิศวร จึงมีฤทธิ์ไม่แพ้กัน

พระนามของพระวิษณุ นอกเหนือจากพระนารายณ์แล้ว ยังมีผู้ขนานนามเรียกขานจากความแตกต่างกันตามความเชื่อ พระนามตามฤทธิ์อำนาจ และตามเหตุการณ์ที่ต่างกันตามกาล อาทิ อนันตะ (ไม่สิ้นสุด) , จตุรภุช (มี 4 กร) , มุราริ (เป็นศัตรูแห่งมุระ) , นระ (อ่านว่า นะระ) (ผู้ชาย) , นารายณ์ (ผู้ที่เคลื่อนไปในน้ำ) , ปัญจายุทธ (พระผู้ทรงอาวุธทั้ง 5 อย่าง) , ปีตามพร (ผู้ทรงเครื่องสีเหลือง) , ทโมทร (ผู้มีเชือกพันรอบเอว) , กฤษณะ , โควินทะ , โคบาล (ผู้เลี้ยงวัว) , ชลศายิน (ผู้นอนเหนือน้ำ) , พระพิษณุหริ (ผู้สงวน) , อนันตไศยน (ผู้นอนบนอนัตนาคราช) , ลักษมีบดี (ผู้เป็นสามีของพระลักษมี) , วิษว์บวร (ผู้คุ้มครองโลก) , สวยภู (ผู้เกิดเอง) , เกศวะ (ผู้มีผมอันงาม) , กิรีติน (ผู้สวมใส่มงกุฎ) โดยพระวิษณุหรือพระนารายณ์นั้น ทรงประทับบนสวรรค์ ซึ่งเรียกกันว่าเรียก ไวกูณฐ์

เทวลักษณะของพระนารายณ์หรือพระวิษณุพระองค์ทรงมีทิพยรูปเป็นราชบุรุษงาม พระวรกายมีสีที่เปลี่ยนไปตามยุคสมัย ทรงฉลองพระองค์สีเหลือง มักประดับเครื่องถนิมพิมพาภรณ์อย่างสวยงามอลังการดั่งกษัตริย์ พร้อมมงกุฎทอง เมื่อปรากฏพระองค์ในเทวสถานหรือปราสาทราชวัง แต่โดยทั่วไปมักไม่ค่อยตกแต่งพระองค์ ทรงมี 4 กร และมีเทพศาสตรา ได้แก่ ปัทมะ (Padma) หรือดอกบัว มีความหมายถึงความรู้แจ้งในธรรม , เกาโมทกี (Kaumodaki) หรือ คฑา อันหมายถึงพลังอำนาจแห่งธาตุไฟ , สุทรรศน์ (Sudarsna)หรือจักร ซึ่งหมายถึงพลังในการประหัตประหารสิ่งชั่วร้ายทั้งปวง โดยเป็นพลังธาตุลม และปัญจชัณยะ (Panchajanya) หรือสังข์ ใช้หมายถึงความอุดมสมบูรณ์ หรือพลังแห่งธาตุน้ำ นอกจากนี้ยังมีเครื่องพัสตราภรณ์อีก 2 ชนิด ได้แก่ เกาสตุภ (Kaustubha) หรือชุดของกรองศอ และ สยมันตกะ (Sayamantaka) หรือกำไลแก้ว แต่ที่พบเห็นได้บ่อยที่สุดคือทรงถือจักร์ สังข์ คทา ส่วนอีกกรอาจทรงถือดอกบัวบ้าง หรือ บางครั้งอาจไม่ทรงถืออะไรเลย (อยู่ในลักษณะ “ประทานพร”)

พระวิษณุ หรือ พระนารายณ์ทรงเป็นเทพผู้ธำรงไว้ซึ่งความดีงามทั้งหมด ทรงเป็นผู้คุ้มครองสรรพชีวิต ผู้ขจัดเหล่าอสูรและมารร้าย ผู้จัดระเบียบแห่งโลกธาตุ ทรงเป็นเทพแห่งความเป็นใหญ่ความมีอำนาจ การปกครอง จักรพรรดิราช ยศถาบรรดาศักดิ์ ความยุติธรรม เป็นผู้ประทานความสูงส่งและความเจริญรุ่งเรือง รวมทั้งเป็นเทพสูงสุดแห่งไวษณพนิกาย (Vaishnavism)

มีความเชื่อกันว่าผู้ใดสักการบูชาพระวิษณุ (พระนารายณ์) แล้วจะได้รับความคุ้มครอง และมีโชคลาภ ถึงอย่างนั้นก็ต้องดำรงตนเป็นคนมีสัจจะ รักษาศีล รวมทั้งเจริญภาวนาเป็นที่ตั้ง พระวิษณุทรงมีเทวานุภาพสูงสุดในการขจัดความชั่วร้ายทั้งมวล ทรงให้การคุ้มครองทุกชีวิตที่บูชาและระลึกถึงพระองค์ ทรงอยู่เคียงข้างผู้ประพฤติธรรม และทุกคนที่ปรารถนาดีต่อผู้อื่นเสมอ พระองค์จะประทานความเมตตาและความช่วยเหลืออย่างไม่จำกัด ทรงล่วงรู้ถึงความเป็นไปทุกอย่าง ทรงบันดาลวาสนาอันรุ่งโรจน์ รวมไปถึงความสามารถในการปกครอง ตลอดจนการบริหารกิจการทุกชนิด ทรงตัดสินปัญหาด้วยความเป็นธรรม และยุติความขัดแย้งขัดข้องทั้งปวง ทรงช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยาก และสุจริตชนผู้ถูกเอารัดเอาเปรียบ

#พระวิษณุ (พระนารายณ์) ทรงมีพระบุคลิกภาพเยือกเย็น สงบนิ่ง สำรวม เป็นผู้พ้นจากความโลภ โกรธ หลง เปี่ยมไปด้วยพระทัยเมตตา ไม่ดูถูกดูหมิ่นผู้ใด ทรงรับสั่งด้วยวาจาอันไพเราะ พอพระทัยในความผาสุกและความเจริญรุ่งเรืองของบ้านเมือง โปรดผู้ปกครองที่ยุติธรรมและเสียสละ ไม่โปรดความเห็นแก่ตัวและการเอารัดเอาเปรียบ รวมทั้งการกระทำชั่วทุกชนิด ไม่ทรงโปรดอบายมุข และจะละทิ้งผู้บูชาที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับสิ่งเหล่านี้ทันที

ในประเทศอินเดียมีเทศกาลสำหรับสักการบูชาพระพระวิษณุ (พระนารายณ์) เรียกว่า นิรชล เอกทศี (Nirjala Ekadashi) โดยเป็นการถือศีลอด ในวันขึ้นและแรม 11 ค่ำของทุกเดือน เรียกว่าวันเอกทศี ผู้บูชาพระองค์จะถือพรตอย่างเคร่งครัด งดเว้นการรับประทานอาหาร นอกจากนี้ในจำนวนวันเอกทศีทั้ง 24 วัน จะมีวันที่สำคัญที่สุดนั่นคือ นิรชล เอกทศี ซึ่งไม่เพียงแต่ทำการงดรับประทานอาหารในวันดังกล่าวเท่านั้น แต่จะต้องงดดื่มน้ำด้วย โดยจะมีการเตรียมการล่วงหน้าตั้งแต่วันขึ้น 10 ค่ำ โดยการรับประทานอาหารเพียงมื้อเดียว และถวายหญ้าแพรกแก่ประเทวรูป ส่วนกลางคืนจีการสวดมนต์ และเมื่อย่างเข้าวันนิรชล เอกทศี จะต้องทำการละเว้นการรับประทานอาหารทุกอย่างไปตลอดทั้งวัน และมีการถวาย ปัจจามฤต (Panchamarita) หรือก็คือน้ำนม เนยสด น้ำนมเปรี้ยว น้ำผึ้ง และน้ำตาลนำมาปรุงรวมกัน แด่พระเทวรูป อีกทั้งยังมีการตกแต่งพระเทวรูปด้วยเครื่องทรงและดอกไม้ เมื่อเสร็จพิธีแล้วยังมีการบริจาคทานตามฐานะอีกด้วย

#การสักการบูชาพระวิษณุ (พระนารายณ์) หากเป็นการประดิษฐานเทวรูปบนโต๊ะหรือแท่นบูชาควรปูด้วยผ้าทอง ผ้าลายทอง แต่หากเป็นการประดิษฐานในเทวาลัย ควรเป็นเทวาลัยสีทองหรือประดับตกแต่งด้วยสีทอง เครื่องบูชาก็ควรเป็นโลหะสีทอง แต่ถ้าเป็นการประดิษฐานบนโต๊ะหมู่บูชาแล้ว ควรเลือกใช้โต๊ะหมู่ลายทอง ไม่ควรใช้แบบเรียบๆ หรือสีดำล้วน นอกเสียจากเป็นสีดำลายทองประกอบ โดยให้เลือกถวายสัตว์มงคลประจำพระองค์เพียงสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ระหว่างครุฑและเศษะนาค (Shesha (หรือ พญาอนันตนาคราช) นอกจากนี้ควรเลือกสัตว์มงคลที่ทำด้วยโลหะสีทองหรือสีดำลายทอง

สุคนธบูชาในการสักการบูชาพระวิษณุ (พระนารายณ์) ควรใช้ดอกดาวเรือง ดอกบัว ดอกกล้วยไม้ ส่วนธูปและกำยานควรใช้กลิ่นไม้จันทน์ ไม้กฤษณา และกลิ่นกำยาน ขณะที่น้ำมันหอมระเหยควรใช้ น้ำมันโหระพา (Sweet Basil) น้ำมันกระเพรา (Holy Basil)

#เครื่องสังเวยที่ใช้ในการสักการบูชาพระวิษณุ (พระนารายณ์)
ควรถวายขนมทุกชนิดที่มีกลิ่นหอมจัด รสหวาน สีอะไรก็ได้ แต่ควรมีรูปทรงหลากหลาย คือ มีทั้งทรงกลม ทรงสี่เหลี่ยม รวมทั้งมีวิธีการเตรียมที่หลากหลาย อาทิ ขนมอบ ขนมทอด ขนมเชื่อมในชุดเดียวกัน

นอกจากการสักการบูชาด้วยสิ่งของและการถวายอาหารแล้ว ยังมีการสร้างกุศลบูชา เพื่อเป็นการบูชาแด่พระวิษณุ (พระนารายณ์) ด้วย ได้แก่ การบริจาคเงินสมทบทุนมูลนิธิและองค์กรที่เกี่ยวข้องกับสถาบันพระมหากษัตริย์ มูลนิธิและองค์กรที่เกี่ยวข้องกับศาลยุติธรรม ทหาร ตำรวจ การบรรเทาสาธารณภัย รวมไปถึงการดูแลบูรณะ ปฏิสังขรณ์สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เป็นกำลังในการปกปักรักษาบ้านเมือง เช่น ศาลหลักเมือง เป็นต้น

#คำบูชาพระวิษณุ (นารายณ์) โดยย่อสำหรับผู้เริ่มบูชา คือ โอม นะโม นารายะณายะ นะมะฯ

หรือ โอม นะโม นารายณะ นามะ ภะวันตุเม ทุติยัมปิ นะโม นารายณะ นามะ ภะวันตุเม ตะติยัมปิ นะโม นารายณะ นามะ ภะวันตุเม ฯ

บทอธิษฐานขอพรพระนารายณ์ โอม ศานตาการัม ภุชะคะศะยะนัม ปัทมะนาภัมสุ ุเรศัม วิศวาธารัม คะคะนะสะทฤศัม เมฆะวรรณัม ศุภางคัม ลักษมีกานตัม กะมะละนะยะนัม โยคิภีร์ ธยานะคัมมยัม วันเทวิษณุมอภะวะภะยะหะรัม สรรวะโลกัยกานาถัม ฯ

บทอธิษฐานขอพรพระวิษณุ อีกบทหนึ่ง โอม สะศางขะจักรัม สะกิริฏะ กุณตะลัม สปิตะวัสตรัม สะระสีรูเหกษณัม สะหาระวักษะสถะละ เกาสตุภะ ศริยัม นะมามิ วิษณุม ศิระสา จตุรภุซัม ฯ

หรืออาจใช้บทอธิษฐานขอพร บทนี้ก็ได้ พระราม โอมนีลามพุชะ ศยามะละ โกมะลางคัมสีตา สมา โรปิตะ วามะภาคัม ปาเณา มหาสายะกะ จารุ จาปัม นะมามิ รามัม ระฆุวัมศะ นาถัม ฯ

#คาถาบูชาพระนารายณ์เปิดโลก
โอม นะโม นารายณะ ฮะเรฮะราม กฤษณะ อิทธิฤทธะ
นะมะอะอุ อิสวาสุ สุสวาอิ จิตติ จิตตะ
สะปะอิปิ อิทธิฤทโธ วิโสธายิ
อิติอิตัง อรหังพุทโธ นะโมพุทธายะ

เลขเด็ด พระวิษณุข้างวัดสุทัศ ประจำงวด 16/6/63